วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

แก่งสะพือ อำเภอพิบูลมังสาหาร



ข้อมูลทั่วไป - แก่งสะพือ

แก่งสะพือ เป็นแก่งหินที่สวยงามในแม่น้ำมูล ตั้งอยู่ในตัวอำเภอพิบูลมังสาหาร ห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานี ตามทางหลวงหมายเลข 217 ประมาณ 45 กิโลเมตร คำว่า “สะพือ” เพี้ยนมาจากคำว่า “ซำฟืด” หรือ “ซำปึ้ด” ซึ่งเป็นภาษาส่วยแปลว่า งูใหญ่ หรืองูเหลือม เป็นแก่งที่มีหินน้อยใหญ่สลับซับซ้อน เมื่อกระแสน้ำไหลผ่านกระทบหิน เกิดเป็นฟองขาวมีเสียงดังตลอดเวลา ช่วงที่เหมาะสำหรับเที่ยวชมแก่งสะพือคือหน้าแล้ง ราวเดือน
มกราคม -พฤษภาคม เพราะน้ำจะลดเห็นแก่งหินชัดเจนสวยงาม ส่วนหน้าฝนน้ำจะท่วมมองไม่เห็นแก่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เคยเสด็จพระราชดำเนินมาชมแก่งนี้ 2 ครั้ง ริมฝั่งแม่น้ำมีศาลาพักร้อน และร้านขายสินค้าพื้นเมือง ในวันหยุดมีประชาชนมาเที่ยวพักผ่อนกันเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้แล้วในเดือน เมษายนของทุกปี ช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีการจัดงานประเพณีสงกรานต์แก่งสะพือ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและประเพณีอันดีงามด้วย

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

หาดคูเดื่อ จังหวัดอุบล


เป็นหาดทรายริมฝั่งแม่น้ำมูล อ.เมือง จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 12 กิโลเมตร ตามถนนเลี่ยงเมือง (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 24) บริเวณ หาดคูเดื่อจะมีแพของชาวบ้านเป็นจำนวนมาก ให้บริการในเรื่องของอาหารและเครื่องดื่มแก่นักท่องเที่ยว ที่มักจะหลบลมร้อนไปสู่ความร่มรื่นของธรรมชาติ นอกจากนี้แล้ว ยังมีบริการเครื่องชูชีพสำหรับลงเล่นน้ำด้วย

หาดคูเดื่อ เป็นที่รู้จักกันดีของกลุ่มนักสังสรรค์ เพราะนอกจากอากาศจะเย็นสบาย ใช้เป็นที่พักผ่อนหลบ

ร้อนกันแล้ว ยังใช้เป็นสถานที่เพื่อ นัดพบ สังสรรค์ จัดเลี้ยง กันในหมู่เพื่อนฝูง และครอบครัว ได้อีกด้วยมีแพให้เลือกนั่งมากกว่า 50 แพ อาหารก็มีให้เลือกมากมาย อร่อยๆ ทั้งนั้น เป็นต้นว่า ปลาเผา กุ้งเต้น ไก่อบ ต้มยำปลาเนื้ออ่อนฯ หรือจะเป็นแกงส้มแปะซะ ก็ดี เหล่านี้ล้วนแต่เป็นเมนูยอดฮิต ที่ไม่ว่าจะมากี่ครั้ง กี่หนก็ต้องสั่งประจำทุกที...อุบลไกด์เล่มนี้จึงไม่ยอมตกกระแส ขอพาเหล่านักชิมทั้งรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ไปตระเวนชิมเมนูเด็ดของแพต่างๆ ตามชายหาดคูเดื่อกัน ดูซิว่าจะมีเมนูอะไรขึ้นชื่อมานำเสนอบ้าง อย....พูดแล้วน้ำลายไหลไปชมกันเลยดีกว่า

เมนูกุ้งเต้น จากร้านน้องหน่อย ถ้าใครมาแล้วไม่สั่งเมนูนี้ถือว่าท่านมาไม่ถึงหาดคูเดื่อ หรือไม่ก็ตกกระแสไปเลย เพราะเมนูนี้เค้าเป็นพระเอกของที่นี่ กุ้งสดๆตัวเล็กตัวใหญ่ กระโดด โลดเต้นเชื้อเชิญให้ได้ลิ้มลองรสชาติความอร่อยของเนื้อกุ้งสดๆ คลุกเคล้าให้เข้ากันกับเครื่องปรุง หอมแดง พริกป่น ข้าวคั่ว น้ำมะนาว ต้นหอม ผักชีจีน คนไปเรื่อยๆ จนกว่ากุ้งจะหมดแรง(ยังไม่ตาย) เสิร์ฟใส่จาน ทานกับผักสดๆ เข้ากันดีทีเดียว มาต่อกันที่เมนู

ปลาเผา ที่ไม่น่าพลาดอีกเช่นกัน ปลาช่อนตัวใหญ่ๆ คลุกเคล้าให้เข้ากันกับเครื่องเทศ หมักทิ้งไว้สักครู่เพื่อให้เครื่องเทศเข้าไปถึงเนื้อในของปลา เวลากินจะหอมเครื่องเทศและหวานเนื้อปลา เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ทำรายได้ให้กับที่นี่ไม่น้อยเลยทีเดียว

เมนู แกงส้มแปะซะ เป็นอีกหนึ่งเมนูเด่นของ ร้านคุณโอ๋ ปลาช่อนตัวโตๆ นำมาทอดจนสุกเหลืองกรอบนอกนุ่มใน จากนั้นจึงนำมาใส่ลงไปในหม้อน้ำแกงที่ถูกเคี่ยวไว้แล้ว ความเข้มข้นของเครื่องแกงส้ม ที่มีรสเปรี้ยวนำ เผ็ดตาม อมหวานนิดๆ ซดร้อนๆ คล่องคอดี เวลาทานใส่วุ้นเส้น ผักจำพวกผักกาด กระเฉดน้ำ แครอท ลงไปด้วย วิตามินจากผักจะช่วยเพิ่มคุณค่าสารอาหารแก่ร่างกาย จึงจัดว่าเป็นเมนูเพื่อสุขภาพอีกหนึ่งเมนู

มาถึง แพจ๊ะเอ๋ เป็นแพขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางของหาด มีจำนวนแพมากถึง 20 แพด้วยกัน สำหรับเมนูที่จะพามาชิมกันนี้ คือ เมนูกุ้งอบวุ้นเส้น เป็นหนึ่งในมนูที่อร่อยไม่แพ้เมนูอื่นๆของที่นี่เค้าเลย กุ้งสดๆ ตัวใหญ่ๆ ประมาณ 6-7 ตัว ถูกซุกซ่อนอยู่ในหม้ออบวุ้นเส้น ที่ทั้งนุ่ม ทั้งเหนียว มีกลิ่นหอมของ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด โรยหน้าด้วยผักชีนิดหน่อยเพิ่มความสวยงาม จะทานกับข้าวสวยร้อนๆ หรือจะทานเป็นกับแกล้มก็ได้ไม่ว่ากัน สนนราคาอยู่ที่ 140 บาท/หม้อ อยากทานต้องไปที่แพจ๊ะเอ๋

แนะนำอาหารรสชาติกลางๆ กันไปแล้ว มาถึงเมนูรสชาติจัดจ้านกันบ้าง เอาใจสำหรับใครที่ชอบบริโภคอาหารจำพวกยำทั้งหลาย ห้ามพลาดเพราะมีเมนู ยำทะเล จาก แพนิดนิด มาฝากให้ไปลองสั่งทานกันดู รสชาติ ก็แซบอย่าบอกใคร เผ็ด เปรี้ยว ถึงใจนักเชียว คนรักอาหารทะเลจึงห้ามพลาด ที่นี่เค้าคัดสรรคุณภาพของวัตถุดิบมาเป็นอย่างดี กุ้ง ปลาหมึก หอย ล้วนแต่สะอาด สด ใหม่ทุกวัน อยากพิสูจน์ความแซบก็ลองไปดู..

มาถึงเมนูสุดท้ายที่จะแนะนำกัน อยู่ที่ แพปูลม เป็นเมนู ต้มยำปลาเนื้ออ่อน สนนราคา อยู่ที่ หม้อละ 100 บาท เอาไว้ซดร้อนๆ คล่องคออย่าบอกใคร รสชาติ เข้มข้น หอมน้ำมะนาว หวานเนื้อปลาสดๆ เป็นเมนูขึ้นชื่อของที่นี่เค้าเลย ถ้าใครมีโอกาสได้ไปสังสรรค์ ก็อย่าลืมสั่งมารับปะทานกันดู..แต่ไม่รับประกันเงินในกระเป๋านะ
แนะนำกันพอหอมปากหอมคอ ที่เหลืออีกหลายๆร้านก็คงต้องหาโอกาสแวะไปลองลิ้มชิมรสด้วยตัวเองดูที่ หาด

คูเดื่อ เปิดบริการกันทุกวันตั้งแต่ 6 โมงเช้าไปจนกว่าลูกค้าจะหมดก็ราวๆ 4-5 ทุ่มของทุกวัน สถานที่ก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ถนนสายรอบเมืองใกล้กับสี่แยกทางไป จ.ศรีสะเกษ นี่เอง อิ่มทั้งท้อง อิ่มทั้งใจ วันหยุดนี้ก็อย่าลืมนัดกันที่หาดคูเดื่อนะจ๊ะ....

แม่ครัวแสนสวยและน่ารักจาก...ร้านปูเป้... จิโป้ม..อาหารจากเรือพาย


http://www.ubonguide.org/food8.html

วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2552




การเดินทางข้ามแดน สปป.ลาว (ช่อมเม็ก-วังเต่า)
โดยมีเอกสารที่ใช้ประกอบ ในการเดินทางข้ามแดน ระหว่าง ประเทศไทย - สปป.ลาว ดังนี้
  • หนังสือเดินทาง Pass spot
  • หนังสือผ่านแดน Border pass
  • หนังสือผ่านแดนชั่วคราว
กรณีมีหนังสือเดินทาง ท่านสามารถนำหนังสือเดินทาง ไปยื่น ขออนุญาตได้ที่ ด่านตรวจคนเข้าเมืองช่องเม็กได้เลย โดยไม่ต้องขอวีซ่า
กรณีไม่มีหนังสือเดินทาง ให้ท่านเตรียมเอกสารหลักฐานการขออนุญาตหนังสือผ่านแดนชั่วคราว ประกอบด้วย
1. รูปถ่ายขนาด 1-2 นิ้ว จำนวน 2 แผ่น
2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 2 แผ่น (รับรองสำเนาถูกต้อง) เพื่อใช้ ประกอบในการขออนุญาตหนังสือผ่านแดนชั่วคราว
ขั้นตอนการเดินทาง กรณีท่านเดินทางข้ามแดนไปแขวงจำปาสัก เมืองปากเซ เมื่อท่านมีเอกสารครบถ้วนแล้ว ให้ท่านนำหนังสือผ่านแดนไปยื่นที่ด่าน ตรวจคนเข้าเมือง ประเทศไทย เพื่อทำการแสตมป์ในเอกสารการเดินทางออกนอกประเทศ หลังจากนั้น นำเอกสารผ่านแดน ไปยื่นกับตรวจคนเข้าเมือง สปป.ลาว เพื่อแสตมป์ลงในเอกสาร ในวันที่เดินทางเข้าประเทศ และกำหนดระยะเวลาการพำนัก โดยระยะเวลาที่กำหนดไว้ คือ 3 วัน 2 คืน ส่วนกรณีใช้หนังสือเดินทาง สามารถพำนักอยู่ได้ประมาณ 1 เดือน
ค่าธรรมเนียมในการขออนุญาต ณ ด่าน ตม.ไทย ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม, ส่วน ด่าน ตม.สปป.ลาว ค่าธรรมเนียม 30 บาท โดยประมาณ, และในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ ค่าธรรมเนียม ประมาณ 150 บาท
ส่วนกรณีเดินทางเป็นหมู่คณะ หรือทัวร์ ท่านต้องยื่นเอกสารผ่านบริษัท ท่องเที่ยว ของ สปป.ลาวด้วย เพื่อความสะดวกในการท่องเที่ยว โดยมีค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่าย ประมาณ 350 บาท ต่อ 1 ท่าน
กรณีเดินทางข้ามแดนในระยะระหว่าง 200 เมตร (บริเวณ ตลาด ปลอดภาษี) ท่านต้องมีเอกสารตามข้างต้น โดยนำไปยื่นที่ด่าน ตม.ประเทศไทย เพื่อขอแสตมป์ในเอกสาร ในการเดินทางออกนอกประเทศ เมื่อข้ามเข้าประเทศ สปป.ลาว แล้ว ให้ท่านนำเอกสารดังกล่าว ไปยื่นที่ป้อมตรวจคนเข้าเมือง สปป.ลาว โดยไม่ต้องเสีย ค่าธรรมเนียมในการข้ามแดนอีก ทั้งนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2550 เป็นต้นมา
  • เอกสาร
  • การขอหนังสือผ่านแดนชั่วคราว เพื่อเดินทางเข้า สปป.ลาว
    1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 2 แผ่น (รับรองสำเนาถูกต้อง)
    2. รูปถ่าย 1-2 นิ้ว (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) จำนวน 2 แผ่น
  • เอกสารการขอหนังสือให้กับบุตร
  • ผู้ติดตามอายุไม่เกิน 12 ปี
    1. สูติบัตร หรือทะเบียนบ้าน จำนวน 2 แผ่น (รับรองสำเนาถูกต้อง)
    2. รูปถ่าย 1 นิ้ว (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน) จำนวน 2 แผ่น
    กรณีอายุ 12 ปี ขึ้นไป ถึง 15 ปี ที่ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ให้ใช้เหมือนกัน
  • ค่าธรรมเนียม
  • ในการขออนุญาตหนังสือผ่านแดนชั่วคราว 30 บาท
  • สถานที่
  • ยื่นคำร้องเพื่อขออนุญาตหนังสือผ่านแดน
    1. ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี (ห้องโถงชั้นล่าง) โทร 0-4525-5407
    2. ด่านช่องเม็ก
    3. ที่ว่าการอำเภอสิรินธร โทร 0-4536-6092
    หมายเหตุ ท่านสามารถทำหนังสือผ่านแดนได้โดยไม่มีบัตร และรูปถ่ายได้ที่ ที่ว่าการอำเภอสิรินธร โดยใช้ระบบออนไลน์ จากฐานข้อมูลทะเบียนราช
  • กรณี
  • นำรถส่วนตัวเดินทางข้ามแดนไปด้วย ท่านต้องมีพาสปอร์ทรถยนต์ ติดตัวไปด้วย หากไม่มี ก็สามารถขอพาสปอร์ทรถยนต์ได้โดย
    กรณีผู้ถือกรรมสิทธิ์มาเอง
    1. คู่มือจดทะเบียนรถยนต์ (ฉบับจริง)
    2. สำเนาเอกสารหน้าผู้ถือกรรมสิทธิ์
    3. สำเนาหน้ารายการเสียภาษี
    4. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้านผู้ถือกรรมสิทธิ์
    กรณีผู้ถือกรรมสิทธิ์ไม่มาเอง
    1. คู่มือจดทะเบียนรถยนต์ (ฉบับจริง)
    2. ใบมอบอำนาจตัวจริงติดอากรแสตมป์ 10 บาท
    3. สำเนาใบมอบอำนาจ
    4. สำเนาเอกสารผู้ถือกรรมสิทธิ์
    5. สำเนาหน้ารายการเสียภาษี
    6. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบอำนาจ
    7. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้รับมอบอำนาจ
    ค่าธรรมเนียมการขอพาสปอร์ทรถยนต์ 55 บาท โดยยื่นขอได้ที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดอุบลราชธานี โทร 0-4531-5346-7
    ค่าธรรมเนียมในการนำรถข้ามแดนเข้า สปป.ลาว ประมาณ 800-1000 บาท ต่อคัน

  • การเดินทางโดยการซื้อแพกเก็ตบริษัททัวร์ในจังหวัดอุบลราชธานี สามารถ ดำเนินการได้ เพื่อความสะดวกในการเดินทางท่องเที่ยว โดยสามารถเลือกซื้อโปรแกรม จากบริษัททัวร์ท่องเที่ยวได้ ซึ่งมีบริษัทท่องเที่ยวที่จดทะเบียนถูกต้อง ดังนี้
    1. บริษัท ศักดาการท่องเที่ยว โทร 0-4532-1937
    2. บริษัท สุรชัยการท่องเที่ยว โทร 0-4531-4488
    3. บริษัท อุบลเถกิงทัวร์ จำกัด โทร 0-4524-2400
    4. สีสัน หรรษา ทราเวล โทร 0-4524-0054-5
    5. ก็อดช่อมเม็กทราเวล โทร 0-4548-5180
    รถตู้ให้เช่า นำเที่ยว ประเทศไทย - สปป.ลาว
    1. อภิญโญ โหตระไวศยะ โทร 08-1967-5004, 0-4520-2171
    2. ช.วัฒนา (ศูนย์รวมรถเช่า) คุณชงโควรรณ โทร 0-4524-3443
    3. ตี๋ สุริยาตร์ โทร 0-4524-5980
    4. รถตู้ VIP โทนี่ คี โทร 0-4531-7243, 08-9722-3967
    5. ชัยรัชน์ ใจว่อง รถตู้ VIP โทร 0-4524-4448, 08-1878-3372
    6. รักษากร ทัวร์ 08-7262-7201
    7. ยุทธชัย เจียรกุล โทร 0-4531-2336, 08-9133-4464
    8. อุบลแบ็งค์ โทร 0-4532-2731, 08-1709-7875
    9. ต.กระตั้ววาริน โทร 0-4526-9754, 08-1876-9456
    10. รถตู้ VIP (คุณนิด) โทร 08-9627-2175

    วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

    ความยิ่งใหญ่ของประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา



    สัปดาห์ที่สอง วันที่ 6-12 กรกฎาคม 2552

    “รวมศาสน์ศิลป์ถิ่นอุบล”

    กิจกรรม
    - ชมการทำงานของศิลปินนานาชาติ จำนวน 9 ประเทศและศิลปินชาวอุบลราชธานี ร่วมสร้างสรรค์งานประติมากรรมเทียน
    ในแนวคิด “โลกของเทียน ที่ ประเทศไทย” หรือ “The World of wax and candles@Thailand”
    (ชิ้นงานเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 6 กรกฎาคม 2552)

    - ร่วมงานพาแลงและการประกวดนางงามต้นเทียน
    - ถวายต้นเทียนพรรษาและเวียนเทียนวันอาสาฬหบูชา ตามวัดต่าง ๆ ในวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2552
    - ชมการแสดงต้นเทียน รอบทุ่งศรีเมือง ในค่ำคืนวันอังคารที่ 6-7 กรกฎาคม 2552
    - ชมขบวนแห่เทียนที่ยิ่งใหญ่ใน “งานประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี ในวันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2552 เวลา 8.00 – 12.00 น.
    - ชมกิจกรรม Art Camp จาก มหาวิทยาลัยศิลปากร
    • รื่นรมย์ชมสวนสวยในบรรยากาศร่มรื่น พร้อมชิมอาหารอร่อย และเลือกซื้อผลงานจากนักเรียน วิทยาลัยอาชีวอุบลราชธานี



    วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2552

    ชวนเที่ยวน้ำตกห้วยหลวง(ภูจองนายอย)




    น้ำตกห้วยหลวง บ้านแก้งเรือง อ. นาจะหลวย จ. อุบลราชธานี อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย

    เมื่อถึงคราวก้าวย่างเข้าสู่ฤดูฝน
    ผืนป่าใหญ่แห่งเทือกเขาพนมดงรัก
    และสายน้ำใหญ่...ได้ตื่นจากการหลับไหล
    เมื่อถึงวันที่สายฝนกระหน่ำเท...

    มิถุนายน - ตุลาคม ของทุกปี
    เป็นช่วงที่เหมาะในการเล่น+ชมน้ำตกห้วยหลวงค่ะ
    อลังการแห่งเทือกเขาพนมดงรัก

    น้ำตกห้วยหลวง
    เป็นน้ำตกขนาดใหญ่
    ต้นกำเนิดเป็นธารน้ำซึมจากผืนป่า
    ก่อนจะไหลรวมตัวกระโจนลงสู่ห้วงน้ำเบื้องล่าง
    จากผาหินสูงชัน เกิดเป็นละอองฝอยน้ำขาวซ่านกระเซ็น
    หากตกมุมกระทบพอดีกับแสงแห่งตะวันแล้ว...
    สายรุ้งบนละอองม่านน้ำ...จะเห็นเด่นชัดอย่างสวยงามเลยค่ะ

    ชั้นบนสุด...
    จะเป็นลานตาน้ำจากผืนป่าไหลลงมารวมกัน
    สายน้ำจะถูกต้อนให้ไหลลัดเลาะมาตามซอกโขดหินยักษ์
    เป็นระยะทางยาว ทอดมาตามลาดชันของภูเขา
    และเมื่อมาถึง ณ ผาหินสุดแผ่นใหญ่...
    สายน้ำที่ไหลรวมกันมา...
    จะโจนทะยานลงสู่ผืนน้ำ แผ่นหินและผืนทรายที่เบื้องล่าง
    เสียงกึกก้องทั่วราวป่า
    เกิดเป็นม่านละอองน้ำ ที่สร้างความฉ่ำเย็นให้แก่ผืนป่า...

    เมื่อสายน้ำโจนทะยานลงมาจากผาหินที่เบื้องบนแล้ว
    ก็จะไหลรวมลัดเลาะไปตามธารหินชั้นที่ 2
    ไหลเรื่อยไปโจนผาอีกที ที่ ชั้น 3
    ซึ่งเป็นชั้นขนาดเล็ก(ที่สูงใหญ่และลึกกว่าคน)
    เป็นชั้นสุดท้าย ก่อนจะ เป็นธารน้ำไหลลงสู่แม่น้ำ...

    เป็นน้ำตกที่สวยงามมากเลยทีเดียว
    อยากให้ทุกคนลองมาเที่ยวดู

    วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2552

    สามพันโบก[แกรนด์แคนยอนเมืองไทย]






    สามพันโบก เป็นแก่งหินที่อยู่ใต้ลำน้ำโขง เนื่องจากใน ช่วงฤดูน้ำหลากแก่งหินดังกล่าวจะจมอยู่ใต้บาดาล และด้วยแรงน้ำวนกัด เซาะ ทำให้แก่งหินกลายเป็นแอ่งเล็ก ใหญ่ จำนวน มากกว่า 3,000 แอ่ง หรือ 3 พันโบก โบก หรือแอ่ง หมายถึง บ่อน้ำลึกในแก่ง หินใต้ลำน้ำโขง และคำว่า “โบก” เป็นภาษาของลาวที่มักนิยมเรียกกัน และ สาม พันโบก กลายเป็นที่เพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืด ในลำน้ำโขงตามธรรมชาติ แหล่ง ใหญ่ที่สุด รักษาระบบนิเวศน์และการขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำในลำน้ำโขงให้อยุ่ ได้อย่างสมดุล

    สำหรับในช่วงหน้าแล้ง สามพันโบก จะโผล่พ้นน้ำให้เห็นเป็นคล้ายภูเขากลางลำ น้ำโขง ความสวยงามวิจิตรของหินที่ถูกน้ำเซาะมองเห็นเป็นภาพศิลปะ บางแห่ง ใหญ่ขนาดเป็นสระว่ายน้ำ บางแอ่งขนาดเล็ก มีรูปร่างลักษณะที่แตกต่างกันออก ไปเช่น รูปดาว วงรี และหินที่ถูกน้ำกัดเซาะจนดูคล้ายรูปหัวสุนัขพุด เดิ้ล มีความสวยงาม

    การเดินทางไปเที่ยวชมสามพันโบก อยู่ห่างจากจังหวัดอุบลราชธานีประมาณ 120 กม. ตามทางหลวงอุบล - ตระการ - โพธิ์ไทร ควรเริ่มต้นที่หาดสลึง บ้านสองคอน ตรงนี้มีแหล่งท่องเที่ยว ได้แก่ หาดสลึง เป็นหาดทรายขาวละเอียดทอดยาวไปตลอดแนวแม่น้ำโขง ปากบ้อง ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำโขงแคบที่สุดตลอดระยะทางยาวกว่า 700 กิโลเมตร โดยมีความกว้างของแม่น้ำเพียง 56 เมตร เท่านั้น ชาวบ้านในระแวกนี้ มีอาชีพจับปลา ซึ่งยังคงใช้วิถีชีวิตและเครื่องมือจับปลาแบบโบราณอยู่ ในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ จะมีประเพณีแข่งตักปลา ซึ่งนับว่าคงเหลืออยู่ที่เดียวในประเทศไทยที่ยังจับปลาด้วยวิธีนี้อยู่ ถัดจากบริเวณปากบ้องขึ้นไปทางเหนือ มีแก่งใหญ่ขวางกลางลำน้ำโขง เรียกว่า หินหัวพะเนียง ทำให้แม่น้ำโขงแยกออกเป็นสองสาย หรือสองคอนในภาษาท้องถิ่น จึงเป็นที่มาของชื่อ บ้านสองคอน และในบริเวณใกล้เคียงยังมี ถ้ำ ที่มีความสวยงามในลำน้ำโขงประกอบด้วย ถ้ำนางเข็นฝ้าย , ถ้ำนางต่ำ หูก , หาดหงษ์ , หาดหินสี , หลักศิลาเลข , แก่งสองคอน , ภูเขาหิน และหาด แห่ โดยมีที่พักให้นักท่องเที่ยวได้พักอย่างสะดวกสบายริมหาดสลึง และร้าน อาหารไทยและอีสานที่ปรุงด้วยฝีมือชั้นยอด

    วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2552

    ประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา


    49111888 นางสาวรัตนพร พาลัง




    เทศกาลและงานประเพณี
    งานแห่เทียนพรรษา เป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดอุบลราชธานี จัดให้มีขึ้นทุกปีในวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา สถานที่จัดคือบริเวณทุ่งศรีเมืองและศาลาจตุรมุข มีการประกวดต้นเทียน 2 ประเภท คือประเภทติดพิมพ์ และประเภทแกะสลัก โดยขบวนแห่จากคุ้มวัดต่างๆ พร้อมนางฟ้าประจำต้นเทียนจะเคลื่อนขบวนจากหน้าวัดศรีอุบลรัตนารามไปตามถนนมาสิ้นสุดขบวนที่ทุ่งศรีเมือง ในตอนกลางคืนจะมีมหรสพและการแสดงสมโภชต้นเทียนและเห็นแสงไฟต้องลำเทียนงามอร่ามไปทั้งงาน

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดกิจกรรมพิเศษในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา เนื่องจากประเพณีแห่เทียนพรรษาเป็นประเพณีที่สำคัญทางศาสนามีเอกลักษณ์และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ การแกะสลักเทียนยังเป็นงานศิลปะแขนงหนึ่งซึ่งเยาวชน ประชาชนทั่วไป หรือแม้แต่ชาวต่างประเทศสามารถมีส่วนร่วมได้ ดังนั้น ททท. ได้กำหนดจัดโครงการแสดงประติมากรรมเทียนนานาชาติขึ้น ในช่วงเทศกาลงานประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเป็นการอนุรักษ์และสืบทอดงานศิลปะแกะสลักเทียนให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยกำหนดจัดงานก่อนประเพณีแห่เทียนพรรษาประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพื่อสร้างการรับรู้และแรงจูงใจในการเดินทางเที่ยวชมประเพณีดังกล่าว
    สัปดาห์แรก(วันที่1-7) “สานศิลป์ถิ่นอุบล”
    - พิธีเปิดงานแสดงประติมากรรมเทียนนานาชาติ บริเวณหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี (เปิดงานโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา)
    - เยี่ยมชมชุมชนและศึกษาเรียนรู้วิถีวัฒนธรรมของชุมชนช่างและศิลปินท้องถิ่น ชุมนุมศิลปิน และนักเรียนนักศึกษาศิลปะ จากสถาบันศิลปะทั่วประเทศ
    - ชมการเริ่มทำงานประติมากรรมเทียนของศิลปินนานาชาติ


     
    ThaiBlog.info thaibloglink Travel